ในปัจจุบัน การใช้พลังงานในระบบทำความเย็นและระบายอากาศถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ทั้งในครัวเรือน อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม รีสอร์ท รวมถึงภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาระบบความเย็นที่ช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญ ระบบทำความเย็นแบบประหยัดพลังงาน(Green Cooling System) จึงแนวทางที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย มีให้บริการ 3 ระบบคือ
เครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกที่ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน โดยอาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ในการทำความเย็น ทำให้สามารถลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ทางบริษัทยังพัฒนาเทคโนโลยีในการแปลงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์(DC Link) ไปใช้กับเครื่องปรับอากาศโดยตรงอีกด้วย ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกับแบตเตอรี่หรือเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดแม้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด
ระบบความเย็นใช้ร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ โรงแรม และรีสอร์ท เป็นการพัฒนาระบบ VRF-Variable Refrigerant Flow Solar Air เป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็น โดยสามารถควบคุมอุณหภูมิแยกตามโซนได้อย่างแม่นยำ ลดการใช้พลังงานส่วนเกิน และเมื่อผสานเข้ากับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับเครื่องปรับอากาศ ยิ่งช่วยให้ต้นทุนค่าไฟลดลงอย่างมาก
สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความเย็นสูงที่ต้องการใช้ระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม การใช้ Magnetic Chiller Oil-Free ถือเป็นโซลูชันที่ทันสมัยและประหยัดพลังงานสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้สนามแม่เหล็กแทนสารหล่อลื่นน้ำมัน ทำให้ลดแรงเสียดทาน ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้นระบบทำความเย็นแบบประหยัดพลังงาน(Green Cooling System) เป็นแนวทางที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืนในอนาคต
ดังนั้นระบบทำความเย็นแบบประหยัดพลังงาน(Green Cooling System) เป็นแนวทางที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืนในอนาคต
คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจและองค์กรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คาร์บอนเครดิตสามารถนำไปขายหรือแลกเปลี่ยนในตลาดการซื้อขายคาร์บอน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าที่กำหนดสามารถขายเครดิตให้กับผู้ที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซได้ตามเป้า1. การประเมินคาร์บอนเครดิตการประเมินคาร์บอนเครดิตเริ่มต้นจากการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรหรือโครงการ โดยจะประเมินจากกิจกรรมการใช้พลังงาน, การผลิต, การขนส่ง และกระบวนการต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ เมื่อทำการประเมินเสร็จสิ้น โครงการที่ประสบความสำเร็จในการลดการปล่อยก๊าซได้ จะได้รับหน่วยคาร์บอนเครดิตเป็นการยืนยันผลการลดก๊าซ
เป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 เป็นหนึ่งในแผนการระดับโลกที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้พลังงาน การขนส่ง และอุตสาหกรรม ความสำเร็จในเป้าหมายนี้ขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของภาคส่วนหลักต่าง ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง
ปัจจุบันการใช้พลังงานหมุนเวียนกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าได้ แต่ยังมีปัญหาหนึ่งที่ต้องแก้ไข นั่นคือ การจัดการกับพลังงานในช่วงที่ไม่มีแสงอาทิตย์ เช่น ตอนกลางคืนหรือในวันที่มีเมฆครึ้ม ระบบเก็บกักพลังงาน และ แบตเตอรี่ลิเธียม จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ปัญหานี้1. การทำงานของระบบเก็บกักพลังงานแสงอาทิตย์แผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าในรูปแบบกระแสตรง (DC) จากนั้นไฟฟ้าจะถูกแปลงเป็นกระแสสลับ (AC) ผ่าน อินเวอร์เตอร์ เพื่อใช้งานในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรม แต่ในช่วงที่พลังงานถูกผลิตมากเกินกว่าการใช้งาน ระบบเก็บกักพลังงานเข้ามามีบทบาทในการเก็บพลังงานส่วนเกินนั้นไว้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในเวลาที่พลังงานจากแสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ2. ประโยชน์ของแบตเตอรี่ลิเธียมแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับการเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากมีความสามารถในการเก็บพลังงานมากกว่าชนิดอื่น ๆ และมีอายุการใช้งานยาวนาน แบตเตอรี่ลิเธียมยังมีข้อได้เปรียบดังนี้:ประสิทธิภาพสูง: แบตเตอรี่ลิเธียมมีอัตราการสูญเสียพลังงานที่ต่ำ จึงสามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ประเภทอื่นอายุการใช้งานยาวนาน: แบตเตอรี่ชนิดนี้สามารถชาร์จและใช้งานซ้ำได้หลายพันรอบ ทำให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นการบำรุงรักษาต่ำ: ไม่ต้องการการดูแลรักษามาก และสามารถติดตั้งในพื้นที่ที่มีขนาดจำกัดได้ง่าย3. การใช้งานในครัวเรือนสำหรับบ้านเรือน ระบบโซลาร์เซลล์ร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมช่วยให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ค่าไฟฟ้าสูงหรือพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งไฟฟ้า การเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ลิเธียมจะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถใช้พลังงานที่เก็บได้ในช่วงเวลากลางคืนหรือในวันที่ฟ้าครึ้ม ซึ่งเป็นการลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบสาธารณูปโภค4. การใช้งานในอุตสาหกรรมสำหรับภาคอุตสาหกรรม ระบบนี้เป็นทางเลือกที่ดีในการลดต้นทุนด้านพลังงาน โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องการใช้พลังงานจำนวนมากในช่วงเวลาที่ไฟฟ้ามีราคาแพง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงานหรือไฟดับ แบตเตอรี่ลิเธียมสามารถจัดเก็บพลังงานที่ผลิตเกินจากแผงโซลาร์เซลล์ไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็น ซึ่งส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ5. การลงทุนและความคุ้มค่าแม้ว่าในตอนแรกการติดตั้งระบบเก็บกักพลังงานและแบตเตอรี่ลิเธียมอาจมีค่าใช้จ่ายสูง แต่การลงทุนระยะยาวนี้สามารถคืนทุนได้จากการลดค่าไฟฟ้าและการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม