กลุ่มบริษัททีเอชเวิลด์ไวด์ เป็นบริษัทโฮลดิ้ง(Holding Company) ก่อตั้งเมื่อพ.ศ.2543 มีทุนจดทะเบียน 300,000,000 บาท(สามร้อยล้านบาทถ้วน)ซึ่งดำเนินธุรกิจพลังงานและเทคโนโลยี(Smart Energy & Technology) ที่มีประสบการณ์มากว่า 15 ปีโดยบริษัทในเครือคือ
1) บริษัท โซลาร์ทีเอช จำกัด ทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท(หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) เป็นบริษัทแกนดำเนินกิจการออกแบบ ติดตั้งและบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจร(Total Solar Solution) จนก้าวสู่การเป็นผู้นำระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาในภูมิภาคอาเซียนหรือเรียกว่า the Leader of Solar Rooftop in ASEAN ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจเป็นเป้าหมายที่กำหนดไว้
2) บริษัท พาวเวอร์ทีเอช จำกัด ทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท(หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) เป็นบริษัทแกนดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายระบบเก็บกักพลังงานและแบตเตอรี่(Commercial ,C&I Energy Storage System) ซึ่งมีโรงงานผลิต(ประกอบ) ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบที่มีมาตรฐานระดับสากล บนเนื้อที่ 3,600 ตารางเมตร โดยใช้เซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมของEVE ซึ่งมีคุณภาพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเครื่องเก็บกักพลังงานและแบตเตอรี่ที่มีระบบจัดการพลังงาน(EMS-Energy Management System)และระบบจัดการเก็บประจุ(BMS-Battery Management System) ซึ่งมีการวิจัยพัฒนาร่วมกับวิศวกรจากประเทศจีน เยอรมันและไทยจนได้ระบบเก็บกักพลังงานและแบตเตอรี่แบบAll-in-One ซึ่งถือว่าเป็นรายแรกๆของประเทศไทย นอกจากนั้นยังมีกิจการโรงงานระบบความเย็นพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อประหยัดพลังงาน(Green Cooling System ) อีกด้วย
ในปีพ.ศ.2567-2568 ทางกลุ่มบริษัททีเอช เวิล์ดไวด์และบริษัทในเครือมีแผนการลงทุนเพื่อติดตั้งระบบเก็บกักพลังงานพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่(C&I PV Energy Storage System) ในโรงงานและสถานประกอบการประจำจังหวัด จำนวน 100 แห่ง(ไซต์)ครอบคลุม 77 จังหวัดด้วยเงินลงทุน 500,000,000 บาท(ห้าร้อยล้านบาทถ้วน)
และจัดหาเครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติเพื่อเพิ่มสายผลิตเครื่องเก็บกักพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่(Packing and Assembly line Production) สำหรับครัวเรือนและสำนักงาน(Residential ESS &Battery) ขนาด 5,10,20 kWh เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรปและแอฟริกาด้วยเงินลงทุน 1,500,000,000 บาท(หนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท)
กลุ่มบริษัททีเอช เวิลด์ไวด์ มีแผนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนภายในต้นปีพ.ศ.2569นี้ หากบริษัท หน่วยงานหรือบริษัทลงทุน ท่านสนใจเป็นพันธมิตรเชิงธุรกิจหรือร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยี คุณภาพสูงมีมาตรฐานสากล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางอีเมล [email protected]
คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจและองค์กรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คาร์บอนเครดิตสามารถนำไปขายหรือแลกเปลี่ยนในตลาดการซื้อขายคาร์บอน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าที่กำหนดสามารถขายเครดิตให้กับผู้ที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซได้ตามเป้า1. การประเมินคาร์บอนเครดิตการประเมินคาร์บอนเครดิตเริ่มต้นจากการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรหรือโครงการ โดยจะประเมินจากกิจกรรมการใช้พลังงาน, การผลิต, การขนส่ง และกระบวนการต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ เมื่อทำการประเมินเสร็จสิ้น โครงการที่ประสบความสำเร็จในการลดการปล่อยก๊าซได้ จะได้รับหน่วยคาร์บอนเครดิตเป็นการยืนยันผลการลดก๊าซ
เป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 เป็นหนึ่งในแผนการระดับโลกที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้พลังงาน การขนส่ง และอุตสาหกรรม ความสำเร็จในเป้าหมายนี้ขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของภาคส่วนหลักต่าง ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง
ปัจจุบันการใช้พลังงานหมุนเวียนกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าได้ แต่ยังมีปัญหาหนึ่งที่ต้องแก้ไข นั่นคือ การจัดการกับพลังงานในช่วงที่ไม่มีแสงอาทิตย์ เช่น ตอนกลางคืนหรือในวันที่มีเมฆครึ้ม ระบบเก็บกักพลังงาน และ แบตเตอรี่ลิเธียม จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ปัญหานี้1. การทำงานของระบบเก็บกักพลังงานแสงอาทิตย์แผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าในรูปแบบกระแสตรง (DC) จากนั้นไฟฟ้าจะถูกแปลงเป็นกระแสสลับ (AC) ผ่าน อินเวอร์เตอร์ เพื่อใช้งานในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรม แต่ในช่วงที่พลังงานถูกผลิตมากเกินกว่าการใช้งาน ระบบเก็บกักพลังงานเข้ามามีบทบาทในการเก็บพลังงานส่วนเกินนั้นไว้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในเวลาที่พลังงานจากแสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ2. ประโยชน์ของแบตเตอรี่ลิเธียมแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับการเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากมีความสามารถในการเก็บพลังงานมากกว่าชนิดอื่น ๆ และมีอายุการใช้งานยาวนาน แบตเตอรี่ลิเธียมยังมีข้อได้เปรียบดังนี้:ประสิทธิภาพสูง: แบตเตอรี่ลิเธียมมีอัตราการสูญเสียพลังงานที่ต่ำ จึงสามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ประเภทอื่นอายุการใช้งานยาวนาน: แบตเตอรี่ชนิดนี้สามารถชาร์จและใช้งานซ้ำได้หลายพันรอบ ทำให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นการบำรุงรักษาต่ำ: ไม่ต้องการการดูแลรักษามาก และสามารถติดตั้งในพื้นที่ที่มีขนาดจำกัดได้ง่าย3. การใช้งานในครัวเรือนสำหรับบ้านเรือน ระบบโซลาร์เซลล์ร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมช่วยให้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ค่าไฟฟ้าสูงหรือพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งไฟฟ้า การเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ลิเธียมจะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถใช้พลังงานที่เก็บได้ในช่วงเวลากลางคืนหรือในวันที่ฟ้าครึ้ม ซึ่งเป็นการลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบสาธารณูปโภค4. การใช้งานในอุตสาหกรรมสำหรับภาคอุตสาหกรรม ระบบนี้เป็นทางเลือกที่ดีในการลดต้นทุนด้านพลังงาน โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องการใช้พลังงานจำนวนมากในช่วงเวลาที่ไฟฟ้ามีราคาแพง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงานหรือไฟดับ แบตเตอรี่ลิเธียมสามารถจัดเก็บพลังงานที่ผลิตเกินจากแผงโซลาร์เซลล์ไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็น ซึ่งส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ5. การลงทุนและความคุ้มค่าแม้ว่าในตอนแรกการติดตั้งระบบเก็บกักพลังงานและแบตเตอรี่ลิเธียมอาจมีค่าใช้จ่ายสูง แต่การลงทุนระยะยาวนี้สามารถคืนทุนได้จากการลดค่าไฟฟ้าและการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม